ก่อนจะหมดปี 2024 ปีที่มีข้อถกเถียงกันมากมายระหว่างรถไฟฟ้า หรือรถน้ำมัน ว่าแบบไหนดีกว่ากัน ซึ่งก็ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด เพราะการทำงานของรถไฟฟ้ายังพัฒนาไปได้ไม่สุดทาง แต่ในอนาคตไม่ว่ายังไงก็ต้องบอกว่า “เทรนของรถไฟฟ้ามาแน่นอน” ครับ
เพราะฉะนั้นเราไปส่องรถไฟฟ้าที่น่าขับในปี 2025 ก่อนจะหมดปีนี้กันก่อนดีกว่าครับ
No.1
Tesla Model 3 Highland
Tesla ยังคงพัฒนารุ่นยอดนิยมอย่าง Model 3 ด้วยการเปิดตัวเวอร์ชัน Highland ที่ปรับปรุงดีไซน์ให้ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นและเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ รถรุ่นนี้สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 650 กิโลเมตรต่อการชาร์จ และยังมาพร้อมเทคโนโลยี Full Self-Driving (FSD) รุ่นใหม่ที่ทำให้การขับขี่ปลอดภัยและสะดวกสบายมากขึ้น
ราคาอยู่ที่ประมาณ : 1,599,000 – 2,149,000 บาท
NO.2
Lucid Air Sapphire
Lucid Motors เปิดตัวรุ่น Air Sapphire ที่โดดเด่นในด้านสมรรถนะและความหรูหรา รถรุ่นนี้มีพลังขับเคลื่อนมากกว่า 1,200 แรงม้า และสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 1.89 วินาที นอกจากนี้ยังมีระยะทางการวิ่งที่น่าทึ่งถึง 700 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่มองหารถไฟฟ้าระดับพรีเมียม เรียกว่าเป็นรถที่แรงมากๆ ซึ่งราคาก็คงแรงไม่แพ้กันแน่นอน
ราคาอยู่ที่ประมาณ : 8,750,000 บาท
No.3
Hyundai Ioniq 7
Hyundai Ioniq 7 เป็นรถ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ด้วยดีไซน์ที่เน้นความกว้างขวางและระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง รถรุ่นนี้มีระยะการวิ่งสูงสุดประมาณ 600 กิโลเมตร และรองรับระบบชาร์จไฟแบบเร็วที่สามารถชาร์จจาก 10% เป็น 80% ในเวลาเพียง 20 นาที
ราคาอยู่ที่ประมาณ : 3,600,000 บาท
no.4
BMW i5 M60
BMW ยกระดับซีรีส์ i ด้วย i5 M60 ที่ผสมผสานความหรูหราและสมรรถนะในรถซีดานไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน All-Wheel Drive และกำลังเครื่องยนต์ 590 แรงม้าทำให้รถรุ่นนี้เร่งความเร็วได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมกับระยะทางการวิ่งประมาณ 580 กิโลเมตร
ราคาอยู่ที่ประมาณ : 5,399,000 บาท
no.5
Rivian R1S
หลังจากประสบความสำเร็จกับ R1T Rivian ได้นำเสนอ R1S ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่เหมาะสำหรับสายผจญภัย ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ 4 มอเตอร์และระยะทางการวิ่งประมาณ 500 กิโลเมตร รถรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่เหมาะสำหรับแคมป์ เช่น โหมดสำรวจที่ช่วยปรับสมรรถนะให้เหมาะกับสภาพพื้นผิวต่างๆ
ราคาอยู่ที่ประมาณ : 2,570,000 – 3,190,000 บาท
no.6
Porsche Macan EV
Porsche Macan EV เป็นรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่หลงใหลในความสปอร์ตและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยกำลังเครื่องยนต์กว่า 600 แรงม้าและระยะทางการวิ่งประมาณ 500 กิโลเมตร Macan EV ถือเป็นรถที่ครบครันทั้งสมรรถนะและความหรูหรา
ราคาอยู่ที่ประมาณ : 4,990,000 – 7,790,000 บาท
no.7
Toyota bZ5X
Toyota ขยายไลน์อัพรถไฟฟ้าด้วยรุ่น bZ5X ที่เป็น SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง เน้นการใช้งานที่สะดวกสบายและปลอดภัย ด้วยระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงและระยะทางการวิ่งประมาณ 550 กิโลเมตร bZ5X ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับครอบครัว
ราคาอยู่ที่ประมาณ : 1,700,000 บาท
no.8
Mercedes-Benz EQG
Mercedes-Benz เปิดตัว EQG ซึ่งเป็นรถ G-Class ในเวอร์ชันไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รถรุ่นนี้ผสานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ G-Class เข้ากับเทคโนโลยีไฟฟ้าล้ำสมัย พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ทรงพลังและระยะทางการวิ่งประมาณ 500 กิโลเมตร EQG เหมาะสำหรับสายลุยที่ต้องการรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง
ราคาอยู่ที่ประมาณ : ยังไม่เปิดเผยตัวเลข
ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อรถไฟฟ้า
- เรื่องแรกที่ยังไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับรถน้ำมันเลย คือ ระยะทางการวิ่งต่อ 1 ชาร์จ : ยิ่งรถที่ให้ระยะทางที่ไกลกว่า ย่อมดีกว่า และปลอดภัยต่อรถติดมากกว่าแน่นอนครับ
- ข้อต่อไป คือ ระบบชาร์จไฟและความปลอดภัย : มีข่าวออกอยู่บ่อยๆว่ารถไฟฟ้านั้นมีการติดไฟไหม้เอง อาจจะเป็นเพราะความร้อนจากระบบชาร์จไฟที่ไม่เข้ากัน หรือแบตเตอรี่ที่ไม่ได้มาตรฐานในคันนั้น ไม่อยากจะคิดเลยครับว่า ถ้าซื้อรถราคาเป็นล้านมาแล้ว
สุดท้ายไฟไหม้ คงไม่มีใครอยากให้เกิดแน่นอน
- และสุดท้าย การใช้งานต่อการเดินทาง : สำหรับใครที่เดินทางไกล และต้องทำเวลา แนะนำว่ารถไฟฟ้านั้นไม่ตอบโจทย์เลยครับ เพราะถ้ามีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง การแวะชาร์จไฟนั้นกินเวลาเป็นอย่างมาก
แต่ถ้าเปรียบเทียบรถน้ำมันใช้เวลาในการเติมเพียง 5 นาทีเท่านั้นครับ แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องเวลา และใช้ในเมืองเป็นส่วนมาก รถไฟฟ้าก็ถือว่าตอบโจทย์เลยทีเดียวครับ
ไม่ว่าจะรุ่นไหนก็ลองเลือกดูและพิจารณากับงบประมาณของตัวเองดูก่อนนะครับ และใครที่ยังมีเงินไม่ถึงอาจจะเริ่มตั้งเป้าหมายเป็นรถสักคน และหาเงินจากช่องทางต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานประจำ หรืองานเสริม และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพื่อเตรียมตัวซื้อในปีหน้าก็ยังทันครับ