รถEVแม้จะประหยัด และดูแลรักษาง่ายกว่ารถน้ำมันมาก แถมยังเงียบ ใช้ได้ทุกวัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่รถยนต์ไฟฟ้าเสียเปรียบรถน้ำมันเอามากๆในสมัยนี้นะครับ คือ ค่าซ่อมที่แพงสุดๆ อาจจะเท่ากับ 50% ของราคารถเลยก็ได้

บางครั้งกำไรจากเงินลงทุนไม่ว่าจะหุ้น หวยไว หรือคริปโต อาจจะหมดไปกับค่าซ่อมอย่างเดียวเลยก็ได้ครับ

เชื่อว่าอนาคตจะถูกลงนะครับ แต่ในปัจจุบันยังแพงแบบเอาเรื่องอยู่มาก จะมีอะไรบ้างที่ต้องระวังเวลาเลือกขับรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV นั่นเอง

ส่วนที่ต้องระวังและราคาซ่อมโดยประมาณของรถ EV

ส่วนที่ต้องระวัง

ความเสี่ยง

ราคาซ่อมประมาณ (บาท)

แบตเตอรี่หลัก

เสื่อม, น้ำเข้า, เสียจากการใช้งานผิดวิธี

200,000 – 600,000+

Inverter / คอนเวอร์เตอร์

ควบคุมไฟฟ้าแรงสูง, อาจพังจากไฟกระชาก

30,000 – 100,000+

มอเตอร์ไฟฟ้า

พังจากความชื้นหรือการใช้งานหนัก

50,000 – 200,000

ECU / กล่องควบคุม

ควบคุมระบบไฟทั้งคัน, เสียจากซอฟต์แวร์หรือไฟฟ้าผิดปกติ

20,000 – 80,000

ระบบเบรกแบบชาร์จไฟกลับ (regen brake)

หากเสียอาจต้องเปลี่ยนทั้งชุด

10,000 – 30,000

ช่วงล่าง, ยาง, ลูกปืนล้อ ฯลฯ

ใกล้เคียงกับรถทั่วไป

3,000 – 20,000

รถ EV

ปัจจัยที่ทำให้ค่าซ่อมรถ EV แพงกว่าปกติ

  1. อะไหล่ยังนำเข้าหลายชิ้น โดยเฉพาะแบตเตอรี่และชิ้นส่วนควบคุมไฟฟ้า
  2. ช่างต้องมีใบอนุญาตและความรู้ด้านระบบไฟฟ้าแรงสูง
  3. ไม่มีการซ่อมแยกย่อยเหมือนรถน้ำมัน (มักเปลี่ยนยกโมดูล)
  4. ถ้าไม่มีประกัน ค่าซ่อมระบบไฟฟ้าอาจถึงหลักแสน

วิธีป้องกันหรือลดความเสี่ยงเรื่องค่าซ่อม

  • เลือกรถจากค่ายที่มีศูนย์บริการครอบคลุมในไทย และมีอะไหล่รองรับ
  • ตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ (ปกติ 8 ปี หรือ 160,000 กม.)
  • หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหรือล้างรถแบบไม่ถูกวิธี
  • หลีกเลี่ยงการชาร์จจนเต็ม 100% ทุกครั้ง และพยายามชาร์จเมื่อแบตต่ำกว่า 20%
  • ทำประกันภัยชั้น 1 ที่ครอบคลุมความเสียหายของระบบไฟฟ้า

เปรียบเทียบต้นทุนการดูแลรักษา: รถไฟฟ้า vs รถน้ำมัน

รายการ

รถน้ำมัน

รถไฟฟ้า

ค่าดูแลเครื่องยนต์

สูง (ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, เกียร์ ฯลฯ)

ไม่มี

ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่หลัก

ไม่มี (ใช้แบตเล็ก)

สูงมาก

ระบบเบรกและช่วงล่าง

ใกล้เคียงกัน

ใกล้เคียงกัน

ค่าใช้จ่ายรวมระยะยาว

สูงกว่าหากใช้หลายปี

ต่ำกว่าถ้าไม่มีปัญหาใหญ่

สรุป

ค่าซ่อมหลักๆของรถEV คือ ค่าแบต ครับ เพราะเป็นปัจจัยหลักในการเคลื่อนที่ของรถนั่นแหละ ซึ่งถ้ารถน้ำมันเครื่องพังก็แพงเหมือนกันครับ รุ่นใหม่นี่หลักแสนขึ้นเหมือนกัน แต่อาจจะไม่เท่ากับ 50% ของราคารถครับ แล้วแต่รุ่นด้วย

ใครกำลังเล็งๆมองหาซื้อรถ EV ก็อย่าลืมเอาปัจจัยเหล่านี้ไปพิจารณาด้วยนะครับ

Comments are closed